topbella

วันอังคารที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ดวงอาทิตย์


ดวงอาทิตย์
(Sun)



ดวงอาทิตย์ (Sun)
          ดวงอาทิตย์เป็นดาวฤกษ์ที่อยู่ตรงใจกลางของระบบสุริยะ ดวงอาทิตย์ให้แสงสว่าง ความร้อน และพลังงานรูปแบบอื่นแก่โลก ดวงอาทิตย์อยู่ในสถานะที่เรียกว่า พลาสมา พลาสมาคือ สถานะที่ 4 ของสสาร คือ แก๊สที่อิเล็กตรอนไม่ได้ยึดติดกับนิวเคลียส ดังนั้น พลาสมาจึงมีความเป็นกลางทางประจุไฟฟ้า รอบ ๆ ดวงอาอาทิตย์ประกอบด้วยดาวเคราะห์ต่าง ๆ กับดาวบริวารของมัน ดาวเคราะห์น้อยอีกนับแสน และดาวหางอีกเป็นล้านล้าน ทั้งหมดนี้รวมเรียกว่า ระบบสุริยะ
ดวงอาทิตย์อยู่ห่างจากโลกประมาณ 150 ล้านกิโลเมตร หรือ 1 AU (Astronomical Unit) มีมวลประมาณ 1.9x1030 กิโลกรัม มีรัศมี (วัดบริเวณเส้นศูนย์สูตร) ประมาณ 695,500 กิโลเมตร ดวงอาทิตย์ประกอบด้วยไฮโดรเจน 75% ต่อมวล ฮีเลียม 25% ต่อมวล และธาตุหนักอื่น ๆ อีกน้อยกว่า 1% ต่อมวล
ผิวของดวงอาทิตย์ที่เรามองเห็นได้มีอุณหภูมิประมาณ 5,500 องศาเซลเซียส นักดาราศาสตร์วัดอุณหภูมิผิวดาวฤกษ์ในหน่วยของเคลวิน ซึ่ง 1 เคลวิน เท่ากับ 1 องศาเซลเซียส เท่ากับ 1.8 องศาฟาเรนไฮต์ แต่จุดเริ่มต้นของเคลวินและองศาเซลเซียสแตกต่างกัน โดยเคลวินเริ่มที่ 0 เคลวิน แต่องศาเซลเซียสเริ่มที่ -273.15 องศาเซลเซียส (เท่ากับ -459.67 องศาฟาเรนไฮต์) ดังนั้น อุณหภูมิที่ผิวดวงอาทิตย์จะมีค่าประมาณ 5,800 เคลวิน และอุณหภูมิที่แกนกลางของดวงอาทิตย์สูงถึงประมาณ 15 ล้านเคลวิน
พลังงานของดวงอาทิตย์ มาจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชัน ซึ่งเกิดที่แกนกลางของดวงอาทิตย์ ปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชันคือการรวมกันของอะตอมของธาตุเบาได้อะตอมใหม่ที่มี มวลน้อยกว่ามวลรวมของอะตอมเริ่มต้น และมวลที่หายไปนั้นถูกเปลี่ยนเป็นพลังงาน
ดวงอาทิตย์มีความเป็นแม่เหล็ก นักวิทยาศาสตร์อธิบายความเป็นแม่เหล็กของสารในรูปแบบของสนามแม่เหล็ก ซึ่งบริเวณที่สนามแม่เหล็กมีผลจะรวมถึงอวกาศที่อยู่รอบ ๆ วัตถุแม่เหล็กนั้นด้วย สนามแม่เหล็กของดวงอาทิตย์จะเข้มมากที่บริเวณเล็ก ๆ บนผิวที่เราเรียบกว่าจุดมืด (sunspots) บนดวงอาทิตย์ บางครั้งจะมีการลุกจ้า (flares) และการปลดปล่อยก้อนมวลจากชั้นโคโรนา (coronal mass ejection) จากจุดมืดนี้ด้วย
การลุกจ้า (flares) เป็นเหตุการณ์ที่รุนแรงมากเหตุการณ์หนึ่งในระบบสุริยะ และการปลดปล่อยก้อนมวลจากชั้นโคโรนา (coronal mass ejection) ซึ่งมีความรุนแรงมากกว่าการลุกจ้า การปลดปล่อยก้อนมวลครั้งหนึ่งอาจปล่อยมวลสารออกมามากถึง 20,000 ล้านตันสู่อวกาศ
ดวงอาทิตย์เกิดมาเมื่อประมาณ 4,600 ล้านปีที่แล้ว และยังมีเชื้อเพลิงมากเพียงพอที่จะอยู่ต่อไปอีก 5,000 ล้านปี หลังจากนั้นมันจะกลายเป็นดาวยักษ์แดง (red giant) และในที่สุดเมื่อชั้นบรรยากาศของมันหมดไป แกนกลางก็จะยุบตัวกลายเป็นดาวแคระขาว (white dwarf)

สรุปข้อมูลทางกายภาพของดวงอาทิตย์
รัศมี
695,990 กิโลเมตร
432,470 ไมล์
109 เท่าของรัศมีโลก
มวล
1.989 1030 กิโลกรัม
4.376 1030 ปอนด์
333,000 เท่าของมวลของโลก
พลังงานที่ดวงอาทิตย์ปล่อยออกมาต่อวินาที
3.846 1033 erg/s


อุณหภูมิที่ผิวของดวงอาทิตย์
5770 เคลวิน
9,930 องศาฟาเรนไฮต์

ความหนาแน่นที่ผิว
2.07 x 10-7 กรัมต่อลูกบาศก์เซนติเมตร
1.6 x 10-4 เท่าของความหนาแน่นของอากาศ
องค์ประกอบที่ผิว
มวล ไฮโดรเจน 70%
มวล ฮีเลียม 28%
มวล อื่น ๆ (คาร์บอน,ไนโตรเจน,ออกซิเจน, ...) 2%
อุณหภูมิที่ใจกลาง
15,600,000 เคลวิน
28,000,000 องศาฟาเรนไฮต์
ความหนาแน่นที่ใจกลาง
150 กรัมต่อลูกบาศก์เซนติเมตร
8 ื เท่าของความหนาแน่นของทอง
องค์ประกอบที่ใจกลาง
มวล ไฮโดรเจน  35%
มวล ฮีเลียม 63%
มวล อื่น ๆ (คาร์บอน,ไนโตรเจน,ออกซิเจน, ...) 2%
อายุ
4.57 x 109 ปี

โครงสร้างของดวงอาทิตย์
เราสามารถแบ่งโครงสร้างของดวงอาทิตย์ออกได้เป็น 2 ส่วนหลัก ๆ คือ
1. โครงสร้างภายในดวงอาทิตย์ (solar interior) ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ



รูปแสดงโครงสร้างภายในของดวงอาทิตย์ (solar interior)

2. ชั้นบรรยากาศของดวงอาทิตย์ แบ่งออกได้เป็น 3 ชั้น (layers) คือ
โดยที่ระหว่างชั้นโครโมสเฟียร์และชั้นโคโรนาจะมีชั้นบาง ๆ ที่เรียกว่า transition regions อยู่ด้วย



รูปแสดงชั้นบรรยากาศของดวงอาทิตย์

รูปแสดงส่วนต่าง ๆ ของดวงอาทิตย์
ที่มา http://www.thaispaceweather.com/IHY/Sun/Sun.htm

ดาวพุธ




ดาวพุธ(Mercury)
           

ดาวพุธเป็นดาวเคราะห์อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดดังนั้นดาวพุธจึงร้อนจัดในเวลากลางวันและเย็นจัดในเวลากลางคืน
ดาวพุธเป็นดาวเคราะห์ดวงเล็กโตกว่าดวงจันทร์ของเราเพียงเล็กน้อย ภาพถ่ายทั้งหลายที่เกี่ยวกับดาวพุธได้จากยาน
อวกาศที่ส่งขึ้นไปขณะเข้าไปให้ดาวพุธที่สุดก็จะถ่ายภาพส่งมายังโลก ทำให้รู้ว่าพื้นผิวดาวพุธคล้ายกับผิวดวงจันทร์
ผิวดาวพุธส่วนใหญ่เป็นฝุ่นและหิน มีหลุมลึกมากมาย ไม่มีอากาศ ไม่มีน้ำ ดาวพุธจึงเป็นดาวแห้งแล้ง ดาวแห่งความตายเป็น โลกแห่งทะเลทราย


           ดาวพุธเคลื่อนรอบดวงอาทิตย์เร็วที่สุด โดยใช้เวลาเพียง 87.969 วันในการโคจรรอบดวงอาทิตย์ 1 รอบ
ดาวพุธหมุนรอบตัวเองในทิศทางเดียว กับการเคลื่อนรอบดวงอาทิตย์ คือ จากทิศตะวันตกไป ทิศตะวันออก
หมุนรอบตัวเองรอบละ 58.6461 วัน เมื่อพิจารณาจากคาบของการหมุนรอบตัวเอง และการคาบการเคลื่อนที่รอบดวงอาทิตย์
จะพบว่าระยะเวลากลางวัน ถึงกลางคืนบนดาวพุธยาวนานถึง 176 วัน ซึ่งยาวนานที่สุดในระบบสุริยะ

          พื้นผิวของดาวพุธมีลักษณะคล้ายดวงจันทร์ โดยเฉพาะด้านไกลโลก เพราะต่างไม่มีบรรยากาศ แต่ดาวพุธมีขนาดใหญ่กว่า
มีแรงโน้มถ่วงสูงกว่า ขอบหลุมบนดาวพุธจึงเตี้ยกว่าบนดวงจันทร์ ยานอวกาศที่เข้าไปเฉียดใกล้ๆ ดาวพุธและนำภาพมาต่อกันจนได้ภาพ
พื้นผิวดาวพุธดังกล่าวคือยานอวกาศมารีเนอร์ 10 ของสหรัฐอเมริกาเมื่อ พ.ศ. 2517 นับว่าเป็นยานลำแรกและลำเดียวที่ส่งไป
สำรวจดาวพุธ ยานมารีเนอร์ 10 เข้าใกล้ดาวพุธ 3 ครั้งด้วยกัน คือ เมื่อเดือนมีนาคม และ กันยายน พ.ศ. 2517 และเดือนมีนาคม พ.ศ. 2518
ยานเข้าใกล้ดาวพุธที่สุดครั้ง แรกเมื่อวันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2517 และได้ส่งภาพกลับมา 647 ภาพ ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2517
และครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2518 ขณะนั้นเครื่องมือภาย ในยานได้เสื่อมสภาพลง ในที่สุดก็ติดต่อกับโลกไม่ได้ตั้งแต่
24 มีนาคม พ.ศ. 2518 ยานมารีเนอร์ 10 จึงกลายเป็นขยะอวกาศที่โคจรอยู่รอบดวงอาทิตย์ โดยเข้ามาใกล้ดาวพุธครั้งคราวตามจังหวะเดิม
ต่อไป

         นอกจากดาวพุธจะมีช่วงกลางวันถึงกลางคืนยาวที่สุดแล้ว ยังมีทางโคจรที่รีมากด้วย เป็นรองเฉพาะดาวพลูโตเท่านั้น
ดาวพุธมีระยะใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุด0.31หน่วยดาราศาสตร์ และไกลที่สุด 0.47 หน่วยดาราศาสตร์ ทำให้ 2ระยะนี้ แตกต่างกันถึง
0.16 หน่วยดาราศาสตร์ หรือ 24 ล้านกิโลเมตรนั่นหมายความว่าถ้าไปอยู่บนดาวพุธจะเห็นดวงอาทิตย์มีขนาดเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมาก
โดยเมื่ออยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดจะเห็นดวงอาทิตย์ใหญ่เป็น 2เท่าครึ่งของเมื่ออยู่ไกลดวงอาทิตย์ที่สุดซึ่งโตประมาณ 4 เท่าของที่เห็น
จากโลก ในระหว่างเวลากลางวัน อุณหภูมิที่ผิวของดาวพุธช่วงที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ ที่สูงสุดถึง 700 เคลวิน (ประมาณ 427 องศาเซลเซียส)สูงพอที่จะละลายสังกะสีได้ แต่ในเวลากลางคืนอุณหภูมิลดต่ำลงเป็น 50 เคลวิน (-183 องศาเซลเซียส) ต่ำพอที่จะทำให้ก๊าซคริปตอนแข็งตัวการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิบนพื้นผิวดาวพุธจึงรุนแรง คือร้อนจัดในเวลากลางวันและเย็นจัดในเวลากลางคืน
ปรากฏการณ์เช่นนี้เกิดบนดวงจันทร์ของโลกเราด้วย ทั้งนี้เพราะไม่มีบรรยากาศที่จะดูดกลืนความร้อนอย่างเช่นโลก

           ปัจจุบันนักดาราศาสตร์พบร่องรอยของบรรยากาศ และพบน้ำแข็งบริเวณขั้ว ซึ่งอาจเกิดจากการชนของดาวหางบนดาวพุธ
และอาจเป็นผู้ก่อกำเนิด ออกซิเจน และไฮโดรเจนบนดาวพุธ ปรากฎการณ์บนฟ้าเกี่ยวกับดาวพุธ เห็นอยู่ใกล้ขอบฟ้าเสมอ
สาเหตุเป็นเพราะวงโคจรของดาวพุธเล็กกว่า วงโคจรของโลก ดาวพุธจึงปรากฏห่างจากดวงอาทิตย์ได้อย่างมากไม่เกิน 28องศา
นั่นหมายความว่า ถ้าอยู่ทางทิศตะวันออกของดวงอาทิตย์ จะเห็นทางทิศตะวันตกในเวลาหัวค่ำ แต่ถ้าอยู่ทางตะวันตกของดวงอาทิตย์
จะขึ้นก่อนดวงอาทิตย์ จึงเห็นทางทิศตะวันออกในเวลารุ่งอรุณ และเห็นเป็นเสี้ยวในกล้องโทรทรรศน์ เนื่องจากดาวพุธไม่หันด้านสว่าง
ทั้งหมดมาทางโลก แต่จะหันด้านสว่างเพียงบางส่วนคล้ายดวงจันทร์ข้างขึ้นหรือข้างแรม หันด้านสว่างมาทางโลก ถ้าดาวพุธหันด้านสว่าง
ทั้งหมดมาทางโลก เราจะมองไม่เห็น เพราะดาวพุธอยู่ไปทางเดียวกันกับดวงอาทิตย์ เห็นเป็นจุดดำเล็กๆ บนพื้นผิวดวงอาทิตย์


ที่มา http://student.nu.ac.th/Solarsystem/MERCURY.HTM

ส่งเพลงนี้คืนมาให้ฉันที


 เอ๊ะ จิรากร - ส่งเพลงนี้คืนมาให้ฉันที
คำร้อง ฟองเบียร์
ทำนอง ปฏิเวธ อุทัยเฉลิม
เรียบเรียง ธีระปริญญ์ รัตนบุตร

แม้จะไกลกันสุดสายตา
ดั่งฟ้าทะเลกั้นกลางไม่ให้ไปหา
แต่หัวใจที่เก็บเอาไว้
ยังเป็นของเธอและจะไม่ยอมให้ใคร

หมอนที่เธอกอดนอนในตอนนั้น
ฉันยังวางให้มันอยู่ตรงที่เก่า
ถ้วยกาแฟในเวลาเช้า
ยังเก็บไว้รอให้เธอกลับมาดื่มด้วยกัน

ระหว่างที่หันไปแล้วไม่พบกับผู้ใด
ระหว่างที่หันไปแล้วไม่รู้จะกอดใคร
ระหว่างที่ฉันนั้นก็ไม่รู้และเธอนั้นก็ไม่รู้
ต้องทำอย่างไรให้ใจเราได้ใกล้กัน

เปิดฟังเพลงนี้ซ้ำซ้ำ เปิดวนไปซ้ำซ้ำ
เปิดฟังเพื่อให้ย้ำว่าฉันรอเธออยู่
เพราะที่ฉันนั้นอยากบอกให้เธอรู้
อยู่ในเนื้อเพลงที่ส่งมา

หากเธอฟังไปซ้ำซ้ำ เปิดวนไปซ้ำซ้ำ
หากเธอคิดเหมือนฉันบอกฉันให้รู้หน่อย
เพราะว่าฉันนั้นรักเธอไม่ใช่น้อย
หากเธอรักกันจริง คิดถึงกันจริง
ส่งเพลงนี้คืนมาให้ฉันที

เสียงประตูที่ลมพัดมา
แอบคิดในใจว่าเธอคงกลับมาหา
แต่หันไปไม่ว่าคราวไหน
ไม่มีสักคนยิ่งทำให้เหงาในหัวใจ

ระหว่างที่หันไปแล้วไม่พบกับผู้ใด
ระหว่างที่หันไปแล้วไม่รู้จะกอดใคร
ระหว่างที่ฉันนั้นก็ไม่รู้และเธอนั้นก็ไม่รู้
ต้องทำอย่างไรให้ใจเราได้ใกล้กัน

เปิดฟังเพลงนี้ซ้ำซ้ำ เปิดวนไปซ้ำซ้ำ
เปิดฟังเพื่อให้ย้ำว่าฉันรอเธออยู่
เพราะที่ฉันนั้นอยากบอกให้เธอรู้
อยู่ในเนื้อเพลงที่ส่งมา

หากเธอฟังไปซ้ำซ้ำ เปิดวนไปซ้ำซ้ำ
หากเธอคิดเหมือนฉันบอกฉันให้รู้หน่อย
เพราะว่าฉันนั้นรักเธอไม่ใช่น้อย
หากเธอรักกันจริง คิดถึงกันจริง
ส่งเพลงนี้คืนมาให้ฉันที

ระหว่างที่หันไปแล้วไม่พบกับผู้ใด
ระหว่างที่หันไปแล้วไม่รู้จะกอดใคร
ระหว่างที่ฉันนั้นก็ไม่รู้และเธอนั้นก็ไม่รู้
ต้องทำอย่างไรให้ใจเราได้ใกล้กัน

เปิดฟังเพลงนี้ซ้ำซ้ำ เปิดวนไปซ้ำซ้ำ
เปิดฟังเพื่อให้ย้ำว่าฉันรอเธออยู่
เพราะที่ฉันนั้นอยากบอกให้เธอรู้
อยู่ในเนื้อเพลงที่ส่งมา

หากเธอฟังไปซ้ำซ้ำ เปิดวนไปซ้ำซ้ำ
หากเธอคิดเหมือนฉันบอกฉันให้รู้หน่อย
เพราะว่าฉันนั้นรักเธอไม่ใช่น้อย
หากเธอรักกันจริง คิดถึงกันจริง
ส่งเพลงนี้คืนมาให้ฉันที

หากเธอมีหัวใจที่มันตรงกับฉัน
หากเธอมีหัวใจที่เป็นหนึ่งเดียวกัน
ส่งเพลงนี้คืนมาให้คนอย่างฉัน ได้รู้ที

มะกรูด


มะกรูด

 
ชื่อวิทยาศาสตร์  Citrus hystrix  DC.
ชื่อสามัญ  Leech lime, Mauritus papeda
วงศ์  Rutaceae
ชื่ออื่น :  มะขุน มะขูด (ภาคเหนือ) มะขู (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน)  ส้มกรูด ส้มมั่วผี (ภาคใต้)
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้ต้นขนาดเล็ก สูง 2-8 เมตร เปลือกต้นเรียบ สีน้ำตาล มีหนามแหลมตามกิ่งก้าน ใบ เป็นใบประกอบที่มีใบย่อยใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ ปลายใบและโคนใบมน ขอบใบเรียบ แผ่นใบเรียบเป็นมันสีเขียวเข้ม มีต่อมน้ำมันอยู่ตามผิวใบ มีกลิ่นหอมเฉพาะ ก้านใบมีปีกดูคล้ายใบ ดอก ออกเป็นช่อตามซอกใบที่ปลายกิ่ง ดอกสีขาว กลีบเลี้ยงมี 5 กลีบ กลีบดอกมี 5 แฉก โคนกลีบดอกติดกัน ผล เป็นรูปทรงกลมหรือรูปไข่ โคนผลเรียวเป็นจุก ผิวขรุขระ มีต่อมน้ำมัน ผลอ่อนสีเขียวแก่ สุกเป็นสีเหลือง มีรสเปรี้ยว เมล็ดกลมรี สีขาว มีหลายเมล็ด
ส่วนที่ใช้
ราก ใบ ผล ผิวจากผล
สรรพคุณ :
·         รากกระทุ้งพิษ แก้ฝีภายในและแก้เสมหะเป็นพิษ
·         ใบ - มีน้ำมันหอมระเหย
·         ผล, น้ำคั้นจากผล - ใช้แต่งกลิ่น สระผมรักษาชันนะตุ รังแค ทำให้ผมสะอาด
·         ผิวจากผล
- ปรุงเป็นยาขับลมในลำไส้ แก้แน่น
- เป็นยาบำรุงหัวใจ
วิธีและปริมาณที่ใช้ :
1.             ใช้เป็นยาบำรุงหัวใจ ขับลมในลำไส้ แก้แน่น แก้เสมหะ
ฝานผิวมะกรูดสดเป็นชิ้นเล็กๆ 1 ช้อนแกง เติมการบูร หรือ พิมเสน 1 หยิบมือ ชงด้วยน้ำเดือด แช่ทิ้งไว้ ดื่มแต่น้ำรับประทาน 1 ถึง 2 ครั้ง แต่ถ้ายังไม่ค่อยทุเลา จะรับประทานติดต่อกัน 2-3 สะรก็ได้
2.             ใช้สระผมทำให้ผมสะอาดชุ่มชื้น เป็นเงางาม ดกดำ ผมลื่นด้วย
โดยผ่ามะกรูดเป็น 2 ชิ้น เมื่อสระผมเสร็จแล้ว เอามะกรูดสระซ้ำ ใช้มะกรูดยีไปบนผม น้ำมะกรูดเป็นกรด จะทำให้ผมสะอาด แล้วล้างผมให้สมุนไพรออกไปให้หมด หรือใช้มะกรูดเผาไฟ นำมาผ่าซีกใช้สระผม จะรักษาชันนะตุ ทำให้ผมสะอาดเป็นมัน
 ที่มา http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_08_6.htm

วันจันทร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

อยากให้เธอลอง





เนื้อเพลง: อยากให้เธอลอง
ศิลปิน: Musketeers (มัสคีเทียร์)
อัลบั้ม: Uprising
เห็นเธอเดินมาไกลๆ ไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร
หน้าเธอสวยที่สุดเลย ท่ามกลางผู้คนมากมาย
สายตาเธอเป็นประกาย อย่างนางฟ้าอยู่ตรงนี้
อยากจะมอง อยากจะมอง
อยากมอง ลึกเข้าไป อยากจะรู้ในใจเธอนั้นคิดอะไร
เธอจะเหงา เธอจะเหงา
เธอจะเหงา เหมือนกันบ้างไหมเธอ
แค่อยากให้เธอได้รู้ อยากให้เธอลอง
เธออาจจะยังไม่พร้อม จะยอมรักใครจริงสักคน
โอกาสดีๆ อย่างนี้จะมีอีกกี่หน
จะเป็นไปได้ไหม ให้เราสองคนได้มาคุยกัน
ค่ำคืนที่ดูเดียวดาย ฉันรอก็กลัวจะสาย
อยากจะขอ เข้าไปทัก
ผู้คนก็เริ่มจางไป เวลาก็เริ่มหมดไป
หยุดไม่ไหว ใจดวงนี้
เที่ยงคืนสิบห้านาที ฉันนั้นแค่อยากขอ
แค่อยากให้เธอได้รู้ อยากให้เธอลอง
เธออาจจะยังไม่พร้อม จะยอมรักใครจริงสักคน
โอกาสดีๆ อย่างนี้จะมีอีกกี่หน
จะเป็นไปได้ไหม ให้เราสองคนได้มาคุยกัน
แค่อยากให้เธอได้รู้ อยากให้เธอลอง
เธออาจจะยังไม่พร้อม จะยอมรักใครจริงสักคน
โอกาสดีๆ อย่างนี้จะมีอีกกี่หน
จะเป็นไปได้ไหม ให้เราสองคนได้มาคุยกัน
แค่อยากให้เธอได้รู้ อยากให้เธอลอง
เธออาจจะยังไม่พร้อม จะยอมรักใครจริงสักคน
โอกาสดีๆ อย่างนี้จะมีอีกกี่หน
จะเป็นไปได้ไหม ให้เราสองคนได้มาคุยกัน

ที่มา :http://lyrics.in.th/%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%87-%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%98%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%87-musketeers-%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%84%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B9%8C/